10 Healthy Habits To Reduce Stress In Your Daily Life

10 วิธีจัดการกับความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ

September 15, 2020

วามเครียด คือ ความรู้สึกกดดัน และความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกวัน โดยมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน เช่น การทำงาน การเดินทาง การเรียน และโรคต่างๆ เราได้รวบรวม 10 วิธีจัดการกับความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพ ที่จะช่วยให้คุณมีสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาว

ด้วยสังคมปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูง ประกอบกับการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้คนจำนวนมากต้องเผชิญกับความเครียดและความกดดันสะสม จนนำไปสู่ภาวะซึมเศร้า ที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต ดังนั้น การเรียนรู้วิธีรับมือและบรรเทาความเครียดด้วยตัวเอง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง มาดูวิธีจัดการความเครียดอย่างมีประสิทธิภาพกันเถอะ

1. การทำสมาธิ และฝึกจิตใจให้สงบ

การฝึกสมาธิจะทำให้จิตใจสงบนิ่ง หยุดความคิดฟุ้งซ่าน และช่วยคลายความวิตกกังวล ผู้ฝึกสมาธิสามารถเริ่มฝึกตั้งแต่ 5 นาที ขึ้นไป และค่อยๆ เพิ่มระยะเวลามากขึ้น ในระยะแรก ผู้ฝึกอาจจะใช้วิธีการนับลมหายใจเข้า-ออก จนสามารถตั้งสมาธิให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน โดยปกติแล้ว หลังจากการทำสมาธิ จิตใจจะรู้สึกถึงความสงบได้ตลอดวัน ส่งผลให้คุณทำกิจกรรมต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

การฝึกสมาธิและฝึกจิตใจให้สงบเป็นประจำเปรียบเสมือนการบริหารจิตใจ และเตรียมจิตใจให้พร้อมเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ ที่เข้ามาในชีวิต ทั้งสถานการณ์ที่สร้างพลังบวกและพลังลบ

2. ฝึกโยคะ

การฝึกโยคะเป็นการสร้างความสมดุลให้กับร่างกายและจิตใจ โดยจะเน้นการยืดร่างกายด้วยท่วงท่าที่ผ่อนคลาย ไปพร้อมๆ กับการฝึกกำหนดลมหายใจ หรือลมปราณ การฝึกโยคะจะช่วยลดความดันโลหิตและลดอัตราการเต้นของหัวใจ ทำให้รู้สึกเบาสบาย และช่วยปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น

ผู้ที่มีความเครียดหรือวิตกกังวล อาจจะเริ่มต้นฝึกโยคะด้วยตัวเองที่บ้าน ด้วยการเรียนจากคลาสออนไลน์ และหากสามารถทำเป็นประจำทุกวันก็สามารถลงเรียนคอร์สโยคะ เพื่อพัฒนาท่าทางและเพิ่มความยืดหยุดได้อย่างเต็มที่

3. ฝึกลมหายใจ ผ่อนคลายความเครียด

หากคุณตกอยู่ในสถานการณ์ที่มีความเครียดและมีความกดดันสูง เราขอแนะนำให้ใช้เวลาประมาณ 3-5 นาที หายใจเข้า-ออกลึกๆ อย่างสม่ำเสมอให้สุดลมหายใจ การหายใจเข้าลึกๆ จะเป็นการส่งสัญญาณไปยังสมองให้ผ่อนคลาย เมื่อสมองสั่งให้ร่างกายผ่อนคลาย อัตราการเต้นของหัวใจและความดันโลหิตก็จะลดลง

คุณสามารถฝึกกำหนดลมหายใจได้ง่ายๆ หลังจากตื่นนอนตอนเช้า โดยการยืนและโน้มตัวลงมาด้านหน้า ปล่อยให้มือสัมผัสกับพื้น และหายใจเข้า-ออกลึกๆ ประมาณ 5 ลมหายใจ จากนั้นค่อยๆ ยกลำตัวและยกศีรษะขึ้นเป็นลำดับสุดท้าย กลั้นหายใจซักครู่และหายใจออกช้าๆ เป็นอันเสร็จสิ้นการกำหนดลมหายใจสำหรับการเริ่มต้นวันใหม่

Download app

ดาวน์โหลดแอปและจองบริการนวดได้แล้ววันนี้

app-store-badget
google-play-badget

4. ออกกำลังกาย

ในขณะออกกำลังกาย ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphin) และหลั่งสารแห่งความสุขอื่นๆ ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย นอกจากนี้ยังช่วยลดฮอร์โมนความเครียด การออกกำลังยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของระบบโลหิต ทำให้เลือดสูบฉีดไปทั่วร่างกายและสมอง คุณจึงรู้สึกสดชื่น กระตือรือร้น และรู้สึกปลอดโปร่ง หลังจากการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายสามารถทำได้ง่ายๆ ในพื้นที่จำกัด ทั้งที่บ้าน หรือที่คอนโด และไม่จำเป็นต้องต้องเข้ายิมเสมอไป นอกจากนี้ การออกกำลังกายยังมีประโยชน์ในการช่วยให้นอนหลับสนิท ช่วยฝึกสมาธิ และช่วยต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า ด้วยการเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเอง

5. ทำกิจกรรมนันทนาการ

การทำกิจกรรมที่ชอบ หรือการเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการช่วยลดความเครียด หากคุณเป็นผู้ที่ชื่นชอบศิลปะ คุณอาจจะเหมาะกับการลงคอร์สเรียนวาดรูป เนื่องจากการใช้ศิลปะบำบัดจะช่วยระบายความเครียดและความกดดันที่สะสมไว้ อีกทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับตัวเองได้อีกด้วย

นอกจากนี้ กิจกรรมนันทนาการอื่นๆ เช่น การเล่นดนตรี การถ่ายภาพ การท่องเที่ยว และการพาตัวเองไปอยู่ในบรรยากาศใหม่ๆ ก็ยังเป็นวิธีที่สามารถช่วยลดความเครียดได้เป็นอย่างดี

6. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ผู้ที่มีความเครียดมักจะไม่ค่อยมีความอยากอาหาร และมักจะกินตามอารมณ์ หรือที่เรียกว่า Emotional Eating คือการกินเพื่อลดอารมณ์ด้านลบ เช่น ความโกรธ ความเศร้า และความเครียด โดยอาหารที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นในทันที จะเป็นอาหารประเภทน้ำตาลและไขมัน เช่น ช็อคโกแลต โดนัท ขนมกรุบกรอบ ที่จะทำให้รู้สึกดีขึ้นเพียงแค่ระยะสั้นๆ เท่านั้น

ดังนั้น หากจำเป็นต้องรับประทานของทานเล่น ควรเลือกรับประทานถั่วประเภทต่างๆ หรือผลไม้ เช่น ส้ม แอบเปิ้ล มะละกอ แทนอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง

7. การบันทึกและการขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต

การบันทึกเรื่องราวและการขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เข้ามาในชีวิต เปรียบเสมือนการเตือนตัวเองว่า ท่ามกลางความเครียดที่รุมล้อม ยังมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้น การบันทึกเรื่องราว สามารถทำได้ด้วยการจดลงในสมุดบันทึกประจำวัน การทำ mood tracker เพื่อบันทึกอารมณ์ในแต่ละวัน หรือการถ่ายภาพช่วงเวลาดีๆ เก็บไว้ 

8. พูดคุยกับคนใครสักคน

หากคุณอยู่ในสภาวะเครียด และไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้ด้วยตัวเอง การพูดคุยกับใครสักคน เช่น แฟน เพื่อนสนิท หรือคนในครอบครัว จะช่วยแบ่งเบาความเครียดที่หนักอึ้งอยู่ภายในจิตใจได้ แต่หากคุณไม่รู้จะปรึกษาใคร หรือไม่มีใครรับฟัง เราแนะนำให้คุณพูดคุยกับจิตแพทย์และนักบำบัดที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อช่วยให้คุณจัดการกับอารมณ์ ความรู้สึก และปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

9. นอนหลับให้เพียงพอ

การนอนหลับให้เพียงพอเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับมนุษย์ เพราะจะช่วยในกระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยปรับฮอร์โมนของร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ คุณจึงไม่ควรทำงานอย่างหักโหม หรือทำกิจกรรมอื่นๆ มากเกินไปจนรบกวนเวลานอน การนอนไม่เพียงพอยังส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียด ซึ่งถ้ามีมากเกินไปจะส่งผลเสียต่อร่างกาย ทำให้ร่างกายเสื่อมและแก่เร็ว

หากคุณนอนไม่ค่อยหลับตอนกลางคืน ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนหรือแอลกอฮอล์ และควรจัดสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะกับการผ่อนคลาย อีกทั้งอาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอนก็สามารถช่วยให้คุณนอนหลับได้ง่ายขึ้น

10. นวดเพื่อผ่อนคลาย

การนวด นอกจากจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ยังช่วยบรรเทาความเครียด ปรับอารมณ์ให้สดชื่น และช่วยสร้างความสมดุลของร่างกายและจิตใจ การนวดที่เหมาะสำหรับการผ่อนคลาย ได้แก่ การนวดน้ำมันอโรมา ที่เน้นกระตุ้นกล้ามเนื้อแบบไม่เน้นลงน้ำหนัก และใช้น้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติ ช่วยในการนวด บีบ เค้นคลึงกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย เพื่อให้สัมผัสแห่งความผ่อนคลาย และความปลอดโปร่งโล่งสบาย

RLAX เป็นผู้ให้บริการนวดแบบ On Demand ในประเทศไทย เราคัดสรรเทอราปิสที่ผ่านการรับรองเป็นผู้ให้บริการที่มีมาตรฐาน และผ่านการฝึกอบรมอย่างเข้มข้น เพื่อส่งมอบบริการนวดสำหรับคุณ ได้ทุกที่ ทุกเวลา

จองบริการ
Maprang

Hi, I'm Maprang — a content writer and translator in Wellness, IT, and Hospitality industries. I believe that anything can start from being a little bit more creative! :)